วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

เขื่อนยางกั้นแม่น้ำมูล แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ของ อ.สตึก-ชุมพลบุรี



วันนี้ดร.เซราะกราว (24 เมษยน 2559) ได้เดินทางไปเก็บภาพความก้าวหน้าของการก่อสร้างเขื่อนยาง แห่งแรกในอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านรายละเอียดกันครับ....




ลุ่มแม่น้ำมูลตอนกลาง ในปัจจุบันประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ และที่กักเก็บน้ำ ไม่สามารถส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกอย่างเพียงพอต่อเกษตรกรและประชาชนเดือดร้อน มีน้ำไม่เพียงพอในการทำการเกษตร ประมงและการท่องเที่ยงเชิงนิเวศ กรมชลประทานพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำตามศักยภาพของลุ่มน้ำ เพื่อเกิดความสมดุลและเพียงพอต่อประชากร ได้ดำเนินการโครงงานอาคารบังคับน้ำในลำน้ำมูล 3 โครงการ ได้แก่  ฝายยาง บ้านกุดชุมแสง อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ฝายยางบ้านขามตามุข อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา , ฝายยางบ้านท่าม่วง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

โครงการนี้ได้มีการร้องขอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ มาตั้งแต่ พ.ศ.2546 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2541 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เมื่อ พ.ศ.2547 แต่เนื่องจากเป็นโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อลำน้ำมูลซึ่งเป็นน้ำสายหลัก





ประโยชน์/ผลกระทบเชิงบวกของโครงการนี้

1.การเกษตรกรรม เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มพื้นที่ชลประทานในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ , อ.พิมาย จ.นครราชสีมา , อ.สตึก จ.บุรีรัมย์
2. การอุปโภค-บริโภคและการประปา ช่วยเพิ่มปริมานน้ำกักเก็บอุปโภค-บริโภค
3. ฟื้นฟูและบำรุงรักษาสมดุลของระบบนิเวศวิทยา ปริมาณน้ำกักเก็บโครงการส่งผลให้ด้านเหนือน้ำของอาคารบังคับน้ำมูลมีระดับเพิ่มสูงขึ้น
4. เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและแหล่งประมงน้ำจืดในชุมชนท้องถิ่น
5. เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่

ด้านผลกระทบเชิงลบของโครงการ

1. มีผลกระทบต่อการเพิ่มตะกอนความขุ่นแก่ลำน้ำมูลและลำน้ำสาขา แต่ปริมาณน้ำที่ระบายออกจะช่วยเจือจางปริมาณความสกปรกของน้ำด้านท้ายได้
2. อาจมีผลกระทบต่อผลผลิตสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นหรือกลายเป็นแหล่งประมงน้ำจืดแห่งใหม่หรือสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น สภาพเศรษกิจที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
3. การเพิ่มพื้นที่การเกษตร อาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเกษตรจากระบบดั้งเดิม เป็นรูปแบบการเกษตรเข้มข้นขึ้น โดยอาจมีปุ๋ยเคมีและสารกำจัดแมลงศัตรูเพื่อเพิ่มผลผลิต
4.  เกษตรท้องถิ่นได้รับผลกระทบจากโครงการ ประมาณ 22 ครัวเรือน ต้องสูญเสียพื้นที่ในการประกอบอาชีพ แต่ฝั่งฝายยาง บ้านขามตามุข อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่กำลังเตรียมตัวสร้างประมานปี 62 โดยได้มีการชดเชย ไปบางส่วนแล้ว

ฝายยางบ้านกุดชุมแสง อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เมื่อก่อนเป็นฝายชั่วคราว และมาได้รับการปรับปรุงเป็นแบบหินแกรนิต โดยใช้งบ 300,000,000 บาท ความจุ 3.00 ล้านลูกบาศก์เมตร และดำเนินการไปแล้ว 19.5 เปอร์เซนต์ โดยเริ่มก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 01/10/2559 จนถึงวันที่ 30 /09/2561 โดยจะเสร็จปี 2561

ฝายยางบ้านกุดชุมแสง อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ได้ก่อสร้างมาตั้งแต่  เป็นฝายยางปิดกั้นในช่องลัดมีความยาวประมาน 100 เมตรเป็นฝายคอนกรีตสำเร็จ สูง 3 เมตร และมีฝายยางสูงขึ้นอีก 3 เมตร มีสะพานข้าม สามารถช่วยส่งน้ำไปพื้นที่ให้เกษตรกรบริเวณใกล้เคียงประมาณ 14,300 ไร่ และได้มีการออกแบบสถานีสูบน้้ำเข้าช่วยในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเกษตรกรจะได้รับประโยชน์ 550 ครัวเรือน   โดยใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี โครงการนี้มีปัญหาคือ หน้าแล้งประสบปัญหาภัยแล้ง ถ้าเราก่อสร้างตรงนี้ เราจะมีน้ำใช้ในหน้าแล้ง ในการเกษตรอุปโภค บริโภค ซึ่งล่าสุดประปาจะขอใช้น้ำที่ฝายด้วย ทั้ง อำเภอสตึก, อำเภอชุมพลบุรี ของจ.สุรินทร์และบุรีรัมย์

นับว่าเป็นความโชคดี ของพี่น้องเกษตรกร ชาวอำเภอสตึก อำเภอแคนดง พุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์และอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดบุรีรัมย์  ที่มีน้ำเพื่อทำการปลูกข้าวในฤดูปกติ(ฤดูฝน)และฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ บริเวณฝายดังกล่าวจะหลายเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอสตึก - ชุมพลบุรี ต่อไป







++++++++++++++++++++
ข้อมูล : สนง.ก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 8 /กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน
ภาพ :  ดร.สุวัฒน์  อุ่นทานนท์ (24 เมษายน 2560)

ไม่มีความคิดเห็น: