วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ร.ร.ทุ่งวังลงแขกเกี่ยวข้าว : สืบสานวัฒนธรรมข้าวแห่งทุ่งหนองหนาว

โรงเรียนบ้านทุ่งวัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 จัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม) ระดับช่วงชั้นที่  3 กิจกรรมการทำนาปี ซึ่งมีอาจารย์บัณฑิต วงศาสนธิ์ เป็นผู้จัดการเรียนรู้



         โรงเรียนบ้านทุ่งวัง เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ที่อยู่ห่างไกลจากสพป.บุีรีรัมย์ เขต 4 มีพื้นที่จำนวน 39 ไร่ 59 ตรว.  พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมขังประมาณ จำนวน 5 ไร่ ทางโรงเรียนได้แบ่งพื้นที่ส่วนนี้ใช้ในการทำนาปีแบบธรรมชาติ  โดยในระดับชั้น ป.4-6 ประมาณ  2  ไร่ และระดับช่วงชั้นที่  3  ประมาณ  3 ไร่ ขณะนี้ข้าวกำลังแก่ พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว

ผอ.สุเมธี บุญไธสง
      23  พฤศจิกายน  2553  นักเรียนระดับช่วงชั้นที่  3จำนวน  125 คน ได้ลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อฝึกทักษะการทำงานร่วมกัน รักในอาชีพในท้องถิ่นของตน ทำงานในระบบกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการทำนา ถึงแม้ว่าการทำในรูปแบบธรรมชาติ ตามแนวของภูมิปัญญาท้องถิ่น "ครูบาคำเดื่อง ภาษี" ของโรงเรียนในปีนี้จะไม่ได้ผล เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักทำให้ต้นข้าวล้มและเน่าเสียหายเป็นจำนวนมาก จากปริมาณนาข้าวที่เหลือพอที่จะได้เก็บเกี่ยว รวมทั้งวัชพืชที่เกิดขึ้นจะเป็นโจทย์ให้นักเรียนร่วมกันคิดวิเคราะห์ การทำงานในครั้งนี้นักเรียนได้ฝึกทัุกษะการเกี่ยวข้าว ลอมข้าว ทำลานข้าว และนวดข้าว เพื่อรักษา
        ทางโรงเรียนจะได้นำผลผลิตข้าวที่ได้จากการทำนา ไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวกล้อง และข้าวกล้องงอก ในนามแบรนด์ ข้าวกล้องทุ่งหนองหนาว เป็นข้าวกล้องชุดดินทุ่้งกุลาร้องไห้ ที่ยังคงความหอมและหุงขึ้นหม้อ ประกอบเป็นอาหารให้นักเรียนรับประทาน ช่วยเหลือนักเรียนส่วนหนึ่งที่มีฐานะยากจน ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมอาหารกลางวัน "โครงการอิ่มเที่ยงเพื่อน้องผู้หิวโหย" ต่อไป
      โรงเรียนบ้านทุ่งวัง เป็นโรงเรียนต้นแบบการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเีพียง  ปีการศึกษา  2552 ได้ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อพ้ฒนาสถานศึกษาให้เป็นโรงเรียนดีระดับตำบล ที่ผู้ปกครองนักเรียนชุมชนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความมั่นใจว่า...สถานศึกษาแห่งนี้เป็นแหล่ง บ่มเพาะ สร้างชีวิตลูกหลานของชุมชนแหง่นี้ให้มีคุณภาพ ส่งเสริมพัฒนาทักษะของชีวิตให้ก้าวไปสู่ความเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมไทยและ สังคมโลกอย่างมีความสุขต่อไป


อ.บัณฑิต วงศาสนธิ์ ชี้แจงขั้นตอนการเกี่ยวข้าวที่ถูกวิธี
รองผอ.เสถียร แพงภูงา ร่วมเป็นเกียรติในการลงแขกเกี่ยวข้าว
นักเรียนชั้น ม.1 ที่เกี่ยวข้าว มีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกัน
เตรียมชุดเกี่ยวข้าวมาให้พร้อม
ต้นข้าวล้ม..ทำให้เกี่ยวยาก...แต่ไม่ยากท่าใจประสานใจ
เวลามัดข้าวมันต้องทำอย่างนี้...นะเพื่อน
ผมเกี่ยวข้าวได้แล้วครับ...จะเอากี่มัด
ขอเกี่ยวตรงนี้...จะได้เร็วหน่อย
เอ้า...ช่วยกันจะได้เสร็จเร็ว ๆ 
กิจกรรมลอมข้าว เพื่อตากแดดให้แห้ง ก่อนทำการนวดข้าว

ข้าว...ช่วยให้เราอิ่มท้อง...เราต้องนึกถึงพระคุณของข้าว


     ในวันที่  2 ธันวาคม  2553 ได้ทำการลงแขกนวดข้าว หลังจากที่นำข้าวมาตากแดดจนแห้งจากนั้นนำข้าวมากองหรือลอมข้าวไว้เพื่อทำการนวดข้าวต่อไป ตามประเพณีของการเกีี่ยวข้าว จะกำหนดวันที่จะทำการนวดข้าวว่าจะกำหนดวันใด เพื่อไม่ให้วันเวลาเดียวกัน เนื่องจากกานวดข้าวต้องใช้คนเป็นจำนวนมาก  โดยเริ่มแรกเลือกพื้นที่จะทำการกองข้าว จากนั้นทำการขุดตอซังข้าวออก  ปร้บดินให้เรียบสม่ำเสมอ นำขี้ควายสดมาทาลานจนแห้ง  (ส่วนมากจจะทาหลายรอบเพื่อให้หนา) หลังจากนั้นจะนำข้าวที่แห้งแล้วโดยการหามโดยใช้ไม้หามซึ่งเรียกว่าไม้คันหลาว แบกข้าวมากองไว้ นำเรียงเป็นชั้น ๆ สนับหัวท้าย จนกองข้าวมีขนาดสูง (ชาวอีสานเีรียกว่าการลอมข้าว)
ก่อนการนวดข้าวหรือตีข้าว จะมีหมากพลูไปเรียกญาติพี่น้อง บ้านใกล้เรือนเคียง เพื่อบอกชายฉกรรณ์ที่แข็งแรงมาช่วยนวดข้าว ส่วนผู้หญิงจะมาช่วยตีข้าวตนุหลังจากการนวดเสร็จ และส่วนหนึ่งจะมาช่วยประกอบอาหาร


       การนวดข้าวนั้นเป็นการเอาเมล็ดข้าวออกจากรวง แล้วทำความสะอาด เพื่อแยกเมล็ดข้าวลีบและเศษฟางข้าวออกไป  เหลือไว้เฉพาะเมล็ดข้าวเปลือกที่ต้องการเท่านั้น  ขั้นแรกจะต้องตากข้าวให้แห้งเสียก่อน  การกองข้าวสำหรับตากก็มีหลายวิธี  แต่หลักสำคัญมีอยู่ว่าการกองจะต้องเป็นระเบียบ ถ้ากองไม่เป็นระเบียบ มัดข้าวจะอยู่สูง ๆ ต่ำ ๆ ชาวนามักจะกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่เป็นระเบียบ  เพื่อจะทำให้ความชื้นค่อย ๆ ลดลงแล้ว  ความแข็งแกร่งของเมล็ดก็จะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วยและเมื่อฝนตกลงมา น้ำฝนก็ไม่อาจจะไหลเข้าไปในกองข้าว หลังจากนั้นก็ขนไปที่ลานนวดข้าว แล้วเรียงไว้เป็นชั้น ๆ 
      ชาวนามักจะนวดข้าวหลังจากที่ได้ตากข้าวให้แห้งเป็นเวลา 3.5 วัน และเมล็ดข้าวเปลือกมีความชื้นประมาณ 13-15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมล็ดที่เกี่ยวมาใหม่ ๆ จะมีความชื้นประมาณ 20-25เปอร์เซ็นต์ การนวดชาวนาก็ใช้แรงสัตว์  เช่น  วัว ควาย ขึ้นไปเหยียบย่ำเพื่อขยี้ให้เมล็ดหลุดออกจากรวงข้าว รวงข้าวที่เอาเมล็ดออกหมดแล้วเรียกว่า ฟางข้าว ที่กล่าวนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งของการนวดข้าว  ซึ่งแท้ที่จริงแล้วการนวดข้าว
มีหลายวิธี เช่น  การนวดแบบฟาดกำข้าว การนวดแบบใช้คนย่ำ การนวดแบบใช้วัวควายย่ำ การนวดโดยใช้เครื่องทุ่นแรง




อุปกรณ์ใช้สำหรับนวดข้าว


1.  หลาว
หลาวเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการหาบ ที่มีลักษณะปลายทั้งสองข้างแหลมเพื่อใช้เสียบมัดข้าว วัสดุที่ใช้ทำหลาวมีทั้งไม้ไผ่และไม้จริง
หลาวไม้จริง ทำจากไม้จริงที่นำมาทำให้เรียวยาว ส่วนปลายทั้งสองข้างแหลมตรงหรืองอนเล็กน้อย เจาะรูตรงกลาง 2 รูเพื่อสอดขาหยั่งเข้าไปเมื่อจะใช้งานหลาวไม้ไผ่ ทำจากไม้ไผ่ทั้งลำ โดยเฉือนปลายทั้ง 2 ข้างให้แหลมในลักษณะขนานกัน เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักของมัดข้าวได้ และไม่หักง่าย    


อุปกรณ์ฟาดข้าวหรือตีข้าว
อุปกรณ์ที่ใช้ในการฟาดข้าวหรือตีข้าว มีหลายชนิดและหลายแบบ ซึ่งอาจแบ่งตามลักษณะของการใช้งานได้ 2 ลักษณะ คือ การใช้หนีบรัด และ การใช้ฟาดหรือตีข้าว การเลือกใช้ชนิดใดและแบบใด ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการจัดหา และความถนัดของผู้ใช้

2.  ไม้หนีบ
ไม้หนีบ (บางพื้นที่เรียกว่า “ไม้หีบ”) คือไม้ที่ใช้หนีบข้าว เพื่อความสะดวกในการฟาดข้าว ไม้หนีบทำจากไม้จริงหรือไม่ไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว มีความยาวประมาณ 1 เมตร จำนวน 2 ท่อน เจาะรูที่ปลายด้านหนึ่งของแต่ละท่อน แล้วใช้เชือก(บางคนใช้โซ่แทนเชือก) ยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ร้อยกับไม้ทั้ง 2 ท่อน


      ประเพณีการนวดข้าว ถือเป็นโอกาสดีที่หนุ่มสาวจะได้มีโอกาสจีบหรือคุยกัน ส่งความรักถึงกัน ชายหนุ่นก็จะแสดงความสามารถในการตีข้าว ดังคำผญาที่ว่า
 น้องเอ๊ย...คันเจ้าคิดฮอดอ้ายให้เหลียวเบิ่งเดือนดาวเด้อ สายสาเฮาก่อมกันอยู่เทิงฟ้าพูนแล่ว...
ฝ่ายหญิง อ้ายเอ๊ย คันเจ้าคิดฮอดน้องให้มืนตาใส่น้ำแจ่ว หัวใจแสบแจ๋ว ๆ ...ใจน้องก็ดั่งกัน...
     อุปกรณ์ที่ใช้ในการนวดข้าวประกอบด้วย
     1.  ไม้ตีข้าว

     2.  ไม้กวาดข้าว
     3.  ไม้ตีข้าวตนุ


แบ่งปันความรู้ :  แกลอรี่ภาพชุดเกี่ยวข้าว




ข่าว :  สุวัฒน์  อุ่นทานนท์
ภาพ :  ทวี  ง้าวไ่ข่น้ำ/ทองคำ จารุวงศ์
วีดิทัศน์ :  สุวัฒน์  อุ่นทานนท์

ไม่มีความคิดเห็น: