วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประเพณีสงกรานต์ช้าง ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง

ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ตำบลกะโพ อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดประเพณีวันผู้สูงอายุและงานสงกรานต์ช้าง กิจกรรมประกอบด้วย รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ร่วมมอบของที่ระลึกแด่ผู้สูงอายุ กิจกรรมสงกรานต์ช้าง ร่วมเลี้ยงอาหารช้าง ระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน  2553

            ช่วงบ่ายวันที่ 13 เมษายน  2553 ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมงานสงกรานต์ช้าง ณ ศูนย์คชศึกษา โดยทีมงานชมรม ICT ไปด้วยกัน 3 คน คือ ผมเอง อ.ศิริพงษ์ สิมสีดา และอ.รชฏ ชะรุมรัมย์ พร้อมด้วยลูกชาย  ด้วยรถยนต์ส่วนตัว ทะเบียน กข.6811 ห้อตะบึงผ่านท้องทุ่งน้ำหนาวที่แห้งแล้ง  หลังจากไปร่วมกิจกรรมประเพณีนมัสการหลวงพ่อใหญ่ดงแสนตอ จากที่แยกท่าเรือตรงไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร สองข้างทางซึ่งอยู่ในเขต ต.ท่าม่วง สภาพท้องทุ่งบางช่วงมีการเผาตอซังข้าว และไถกลบ ขณที่ผ่านป้ายหมู่บ้านช้างของอำเภอสตึก คือบ้านสำโรงพิมาน มองไปไกลประมาณ 2 กิโลเมตร
             ลมร้อนเพิ่ิมความร้อนให้แก่พวกเรา ให้ขณะที่รถถึงสะพานข้ามลำน้ำชี สภาพของลำชีในปีนี้น้ำค่อนข้างน้อยมาก แทบจะไม่ีมีเลย ผ่านเลี้ยวโค้งประมาณ 3-4 โค้ง สองข้างทางเห็นร่องรอยการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ที่เป็นอาชีพทางเลือกของการทำเกษตรกรรมที่ต้องเสี่ยงกับภาวะฝนแล้ง ในที่สุดเราก็เข้ามาสู่ศูนย์คชศึกษา ทีีมากด้วยผู้คน นักท่องเที่ยวจากทุกทั่วสารทิศ แน่นจนไม่มีที่นังเลย หาที่หลบแสงแดดด้วยน้ำเย็น ๆ และไอศกรีมจากการจำหน่ายที่ศูนย์ในราคาที่ค่อนข้างแพงนิดหนึ่ง อ.ศิริพงษ์  โชคดีเจอลูกศิษย์สมัยสอนอยู่บ้านท่าม่วง ได้มาเช่าร้านขายของที่ระลึกและจิปาถะให้กับนักท่องเที่ยว
            รอประมาณ 1 ชั่วโมง การแสดงในรอบบ่ายก็เริ่มขึ้น ช้างออกมาเต้นโชว์ และร่วมสงกรานต์ฉีดน้ำให้กับนักท่องเที่ยว และเป็นรายการแสดงตามปกติของศูนย์คชศึกษา สภาพอากาศที่ร้อน ช้างก็ทนได้ คนแสดงก็ทนได้ แต่พวกนักท่องเที่ยวบ่นว่าร้อนมาก ๆ ๆ
             ทีมงานของเราได้โอกาสที่เหมาะสมแต่ต้องเสี่ยงกับน้ำที่ฉีดและพ่นจากงวงช้าง  ถ่ายรูปกันจ้าละหวั่นโดยกดชัตเตอร์ด้วยความไม่สบายใจ กลัวกล้องคู่ชีพจะเปียกน้ำ หมดโอกาสที่จะได้ใช้มันหากินอีกแล้ว....ส่วนวีดิทัศน์ก็ถ่ายเก็บเป็นระยะ แต่มุมกล้องไม่ค่อยดี เนื่องจากไม่สามารถขึ้นไปถ่ายบนที่นั่งได้  หลังจากนั้นทีมคณะของเราอำลาพาจากศูนย์คชศึกษา เวลาประมาณ 16.30 น. ครับ

ศูนย์คชศึกษา  ตั้งอยู่บ้านตากลาง  ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางทิศเหนือ  58 กิโลเมตร  บนเส้นทางสายสุรินทร์ – ร้อยเอ็ด และเมื่อถึงกิโลเมตรที่ 36 เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกเข้าบ้านกระโพไปอีก 22 กิโลเมตร ก็จะถึงสถานที่ตั้งของศูนย์คชศึกษา แหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างคนกับช้างที่มีความผูกพันกันตั้งแต่เกิดจนตาย อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชุมชนที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก
       เมื่อท่านมาเยือนศูนย์ศึกษา ท่านจะได้พบกับช้างจำนวนมากที่พร้อมจะแสดงความสามารถที่หลากหลาย  และให้บริการที่จะสร้างความประทับใจให้กับท่านไปอีกนาน เช่น การแสดงความสามารถพิเศษที่ช้างทั่วไปไม่อาจทำได้  การนั่งช้างชมทัศนียภาพในบริเวณศูนย์คชศึกษา การชมช้างเล่นน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วท่านจะได้ศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง และวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างของชนชาว “กูย” ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
ในปี พ.ศ. 2549 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้จัดทำโครงการ “นำช้างคืนถิ่น เพื่อพัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด” โดยมีเป้าหมายหลักในการนำช้างและคนเลี้ยงช้างที่ออกไปเร่ร่อน นอกพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ให้กลับมาอยู่ในถิ่นฐานบ้านเกิดอย่างมีความสุข  โดยใช้ศูนย์คชศึกษาเป็นสถานที่ดำเนินงาน และได้กำหนดทิศทางการพัฒนาไปสู่ความเป็น “หมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก” ที่อยู่ภายในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพของคนและช้างอย่างยั่งยืน
  Located in Ta Klang village in Tha Toom district of Surin province, approximately 58 kilometers north of the downtown, the Center is a learning place exhibiting an inseparable relationship between the “Gui” people and their elephants from birth to death. Surin Elephant Studies Center is publicly known unique of its kind.
       At the center, there are a number of elephant shows in a wide variety of styles. These are guaranteed interesting with last-long impression to visitors, such as never-seen-before exhibitions from specially trained elephants, daily service of elephant riding around the Center and spectacular elephant bathing show, etc. Besides activities mentioned before, the history and stories about elephant training carried out for centuries by the “Gui” people will be retold along with traditional ways of elephant domestication.
       In 2006, a project, under supervision of the provincial government, has been put into practice in order to “bring the local elephants home for the development of their hometown”. Specifically, the main purpose of this project is to encourage mahouts, straying in parts of the country with their elephants, to return to the province. The Center will serve and maintain assistance to those mahouts. It is responsible to develop the project making Ta Klang village the biggest elephant village in the world and as an example of sustainable place for humans and their elephants.

ติดต่อสอบถามเรื่องหมู่บ้านช้างได้ที่ได้ที่ / FOR MORE INFORMATION ABOUT SURIN’S ELEPHANT VILLAGE CONTACT:
- ศูนย์คชศึกษาบ้านตากลาง โทร. ๐-๔๔๑๔-๕๐๕๐
- Elephant Study Center. Ta Klang Village. Tel : 0-4414-5050
- นายธงชัย มุ่งเจริญพร (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ) โทร. ๐-๑๘๗๗-๔๓๒๔
- Mr.Tongchai Mungcharernporn (Suirn provincial administration organization Governor.) Tel: 0-1877-4324
- นายไกรศักดิ์ วรทัต (รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ (ผู้จัดการศูนย์คชศึกษา)) โทร.๐๘-๑๘๗๙-๕๐๒๖
- Mr. Krisak Woratat (Director of the Elephant Study Center.) Tel: 08-1879-5026

บล็อกเกอร์ :  สุวัฒน์  อุ่นทานนท์
ภาพ/วีดิทัศน์  :   สุวัฒน์  อุ่นทานนท์/รชฏ ชะรุมรัมย์/ศิริพงษ์  สิมสีดา

ไม่มีความคิดเห็น: